สคบ.เปิดเวทีฟังความคิดเห็นก่อนปรับกฎกระทรวง เกี่ยวกับโฆษณาธุรกิจอสังหาฯ

สคบ.เปิดเวทีฟังความคิดเห็นก่อนปรับกฎกระทรวง เกี่ยวกับโฆษณาธุรกิจอสังหาฯ

“สุวพันธ์”ร่วมเป็นประธาน เปิดโครงการประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็น ก่อนปรับปรุงกฎกระทรวง ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2534) และกฎกระทรวง ฉบับที่ 7(พ.ศ. 2538) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 เผยสคบ.นำร่องทบทวน แก้ไขเพิ่มเติม ม.22 การโฆษณาขายอสังหาริมทรัพย์ทางสื่อต่างๆ สอดรับเทคโนโลยีสมัยใหม่

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานในพิธีเปิดโครงการประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) กฎกระทรวง ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2534) และกฎกระทรวง ฉบับที่ 7(พ.ศ. 2538) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ณ โรงแรมรามา การ์เด้นส์ ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เปิดเผยว่าสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้นำร่องดำเนินการทบทวน ปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย ซึ่งประกาศบังคับใช้ตั้งแต่อดีตเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน เพื่อให้สอดคล้องตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 ที่กำหนดให้ “รัฐพึงจัดให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่จำเป็น และยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่หมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพ โดยไม่ชักช้าเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน …”

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) กฎกระทรวง

ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 สคบ. กำหนดให้มีการทบทวน ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวง ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2534) และกฎกระทรวง ฉบับที่ 7(พ.ศ. 2538) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ที่บัญญัติไว้ในมาตรา 22 ว่า “การโฆษณาจะต้องไม่ใช้ข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หรือใช้ข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม…” โดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 5 กำหนดหลักเกณฑ์การโฆษณาที่ระบุหรือประกาศว่าผู้ประกอบธุรกิจ จะจัดให้มีการแถมพกหรือรางวัลด้วยการเสี่ยงโชค จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และกฎกระทรวง ฉบับที่ 7กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการโฆษณาขายอสังหาริมทรัพย์ทางสื่อต่างๆ

ทั้งนี้การที่มีการทบทวนกฎกระทรวงทั้ง 2 ฉบับนั้น เนื่องจากเห็นว่า ปัจจุบันผู้ประกอบธุรกิจที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการทั่วไป และผู้ประกอบธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ได้พยายามที่จะพัฒนาและนำเสนอขายสินค้า โดยการจัดทำโฆษณาในรูปแบบต่างๆ เพื่อเป็นการดึงดูดใจให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าหรือบริการกับผู้ประกอบธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีการนำเรื่องการจัดรายการส่งเสริมการขายมาใช้ควบคู่กับการจำหน่ายบ้าน/ห้องชุด เช่น การให้ส่วนลดราคาบ้าน/ราคาห้องชุด การแจกโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือการให้เฟอร์นิเจอร์ครบชุดเป็นของแถม ฯลฯ ประกอบกับปัจจุบันภาคธุรกิจมีการนำสื่อสังคมออนไลน์มาใช้ในการสื่อสารทางการตลาดมากขึ้น รวมถึงการนำระบบอินเทอร์เน็ตมาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มช่องทางในการทำธุรกิจ และการนำเสนอขายสินค้า ไม่ว่าจะเป็นทาง เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และไลน์ กฎกระทรวงดังกล่าว ยังไม่ครอบคลุมถึงการโฆษณาทางสื่อดังกล่าว



Recently Added Properties